Uncategorized

เมื่อร่างกายมีข้อจำกัดในการดูดซึม

เมื่อร่างกายมีข้อจำกัดในการดูดซึมเอนไซม์ตามที่กล่าวมา

เราจึงต้องรู้วิธีการหรือหลักเกณฑ์ในการรับประทานผักสดและผลไม้สด

เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมเอนไซม์ได้สูงสุดสรุปได้ดังต่อไปนี้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ร่างกายมีข้อจำกัดในการดูดซึมเอนไซม์

  • ผักและผลไม้ต้องเป็นของดิบ ไม่ปรุงให้สุกด้วยความร้อน เพราะความร้อนจะทำลายเอนไซม์ไปหมด
  • ผักและผลไม้ต้องมีจำนวนหลายสิบชนิด เพื่อให้ได้ชนิดของเอนไซม์มากพอกับความต้องการของร่างกาย เพราะร่างกายของเราต้องการเอนไซม์มากกว่า 2700 ชนิด แต่ผักและผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่ง จะมีเอนไซม์อยู่ไม่กี่ร้อยชนิด เราจึงต้องใช้เอนไซม์มากผักและผลไม้หลายสิบชนิดจึงจะมีชนิดของเอนไซม์มากพอ
  • ผักและผลไม้ต้องทำให้ละเอียดก่อนกลืนลง กระเพาะอาหารเพื่อให้ลำไส้เล็กส่วนต้นซึ่งสั้นมาก สามารถจะดูดซึมเอนไซม์จากอาหารได้ ทานน้ำย่อยจากตับอ่อนและน้ำดี จากตับจะเข้าสู่ลำไส้เล็ก บริเวณนี้ถ้าอาหารยังไม่ถูกทำให้ละเอียดก่อนกลืนลำไส้ส่วนนี้ ก็จะย่อยและดูดซึมเอนไซม์ไม่ทัน เพราะอาหารจะถูกดันให้เคลื่อนตัวผ่านไปยังลำไส้เล็กส่วนกลางต่อไป การทำให้ละเอียดอาจเป็นการเคี้ยวนานๆให้ละเอียดหรือปั่นให้ละเอียดด้วยเครื่องปั่นก็ได้

การปั่นผักสามารถกรองกากได้เพราะผักไม่มีน้ำตาลอิสระ มีน้ำตาลอยู่ในรูปแป้งคาร์โบไฮเดรต ซึ่งจะถูกย่อยช้าๆให้น้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

การปั่นผลไม้ต้องไม่กรองกากออกเพราะในผลไม้มีน้ำตาลอิสระจึงต้องรับประทานพร้อมกากเพื่อให้กากหน่วงการดูดซึมน้ำตาลไม่ควรเอาผลไม้ที่มีรสหวานมาปั่นเพราะจะมีน้ำตาลอิสระมากเกินไปร่างกายเกิดจะอันตรายจากน้ำตาลอิสระได้

  • -ต้องรับประทานผักและผลไม้ก่อนอาหารชนิดอื่น เพื่อให้ลำไส้เล็กส่วนต้นสามารถดูดซึมเอนไซม์จากผักและผลไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีอาหารอื่นไปขัดขวางการดูดซึม ถ้าเราปฏิบัติได้ครบ 4 ข้อ ร่างกายจึงจะได้รับเอนไซม์มากพอทั้งจำนวนชนิดมากกว่า 2700 ชนิด และปริมาณมากพอที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้เมื่อร่างกายเราไม่ขาดเอนไซม์ปฏิกิริยาชีวเคมี เพื่อการซ่อมสร้างร่างกายก็จะเกิดได้สมบูรณ์ทุกระบบการทำงานของร่างกายรวมทั้งระบบการขับถ่ายของเสียออกมากับน้ำปัสสาวะของไตก็จะได้รับการซ่อมสร้างที่สมบูรณ์เช่นเดียวกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Back To Top