จังหวัดยะลา
Uncategorized

ประวัติจังหวัดยะลา

จังหวัดยะลา

 

จังหวัดยะลา

 

 

ประวัติความเป็นมา
อำเภอเมือง  เป็นอำเภอหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดยะลา มีฐานะเป็นเมืองเรียกว่า “เมืองยะลา”    เหตุที่เรียกว่า“เมืองยะลา” เพราะพระยาเมืองคนแรกได้ตั้งที่ทำการขึ้นที่บ้านยะลา คำว่า “ยะลา” เป็นชื่อเรียกสำเนียงภาษามาลายูพื้นเมือง มาจากคำว่า “ยาลอ” แปลว่า “แห” แต่ตามประวัติศาสตร์ซึ่งได้เขียนไว้ในสมัยเจ็ดหัวเมือง

โดยเจ้าผู้ครองเมืองเดิม ได้เขียนไว้เป็นประวัติศาสตร์เป็นภาษามาลายูว่า “เมืองยะลา” เป็นสำเนียงภาษาอาหรับ โดยชาวอินโดนีเซียที่เข้ามาเผยแพร่ศาสนาอิสลามในบริเวณเจ็ดหัว เมือง ซึ่งอยู่ในแหลมมลายูเป็นผู้ตั้งชื่อเมืองไว้ อำเภอเมืองยะลา  เดิมตั้งอยู่ใกล้ภูเขายาลอ ห่างจากที่ว่าการอำเภอเมืองยะลาปัจจุบันไปทางทิศตะวันตก ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร ต่อมาเมืองยะลาได้ยกฐานะเป็นเมืองๆหนึ่งของบริเวณเจ็ดหัวเมือง คำว่า “เมืองยะลา” หรือ “ยาลอ” ยังคงเรียกกันจนถึงปัจจุบันนี้

เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๙ เมืองยะลา ได้แยกตั้งเป็นอำเภอ ที่ตั้งที่ว่าการได้ย้ายที่ทำการอำเภอหลายครั้ง นับตั้งแต่แยกจากเมืองยะลา มาเป็นอำเภอเมืองยะลา ได้ย้ายที่ตั้งเป็นลำดับ ดังนี้
๑.ตั้งอยู่ที่บ้านทุเรียน      ในท้องที่หมู่ที่ ๕ ตำบลท่าสาป
๒.ตั้งอยู่ที่บ้านลิมุด        ในท้องที่หมู่ที่ ๓ ตำบลท่าสาป
๓.ตั้งอยู่ที่บ้านท่าสาป     ในท้องที่หมู่ที่ ๑ ตำบลท่าสาป
๔.ตั้งอยู่ริมหัวหาดแม่น้ำปัตตานี ในท้องที่ตำบลสะเตง (ใกล้เรือนจำกลางจังหวัดยะลา)การย้ายที่ทำการอำเภอเมืองยะลา มาตั้งที่ตำบลสะเตง ได้เปลี่ยนชื่อใหม่ เรียกว่า “อำเภอสะเตง”
๕.เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๒ ได้ย้ายที่ทำการอำเภอสะเตง ไปตั้งอยู่ในท้องที่หมู่ที่ ๖ ตำบลสะเตง ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการอำเภอเดิม ประมาณ ๑ กิโลเมตรและเปลี่ยนชื่อจากอำเภอสะเตงมาเป็น อำเภอเมืองยะลา และได้เรียกชื่อ อำเภอเมืองยะลา มาจนถึงปัจจุบัน
๖. เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๖ ได้ย้ายที่ทำการอำเภอเมืองยะลา ไปตั้งที่บ้านนิบง ในท้องที่ตำบล สะเตง อยู่ห่างจากที่ทำการอำเภอเดิม ประมาณ ๔ กิโลเมตรโดยอาศัยอาคารของโรงเรียนยะลาบำรุง เป็นที่ทำการอำเภอชั่วคราวเมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๔๙๕ อำเภอเมืองยะลา ได้ย้ายที่ทำการอำเภอมาตั้ง ณ บริเวณผังเมืองใหม่ อยู่ใกล้ศาลากลางจังหวัดยะลา และได้ทำการก่อสร้างอาคารที่ว่าการอำเภอเมืองยะลา ขึ้นเป็นอาคารตึก ๒ ชั้น มาจนปัจจุบัน

๒.ข้อมูลศักยภาพในพื้นที่อำเภอเมืองยะลา
๒.๑ สภาพทั่วไป
ที่ตั้ง  อำเภอเมืองยะลา ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของศาลากลางจังหวัดยะลา อยู่ห่างจากศาลากลางประมาณ ๑๐๐ เมตร อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร โดยทางรถไฟ ประมาณ ๑,๐๓๙ กิโลเมตร หรือทางรถยนต์ตามเส้นทางถนนเพชรเกษม (สายเก่า) ประมาณ ๑,๓๙๕ กิโลเมตร
เนื้อที่ อำเภอเมืองยะลา มีเนื้อที่ประมาณ  ๒๖๔.๒๔ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๑๖๕,๒๒๒ ไร่ ความหนาแน่นของประชากร ๖๑๕.๐๘ คน/ตร.กม. (พื้นที่เทศบาลนครยะลา)
สภาพภูมิอากาศ โดยทั่วไป อยู่ในเขตมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ อากาศเป็นแบบร้อนชื้น มี ๒ ฤดู คือ ฤดูร้อน และ ฤดูฝน

 

จังหวัดยะลา

 

ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๔๗๖ ได้มีการยุบเลิกมณฑลปัตตานี และได้มีการจัดระเบียบราชการบริหารส่วนภูมิภาคจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน “เมืองยะลา จึงเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยในปัจจุบัน” สำหรับเมืองยะลา ได้มีการโยกย้ายที่ตั้งมาแล้ว ๔ ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ ๑ ตั้งเมืองอยู่ที่ตำบลบ้านยะลา ครั้งที่ ๒ ได้ย้ายเมืองไปตั้งที่ตำบลท่าสาป (ฝั่งซ้ายของแม่น้ำปัตตานี) ครั้งที่ ๓

ได้ย้ายไปตั้งที่เมืองสะเตง (ทางฝั่งขวาของแม่น้ำปัตตานี) ครั้งที่ ๔ ได้ย้ายไปตั้งที่ตำบลบ้านนิบง ในสมัยอำมาตย์โทพระรัฐกิจวิจารณ์ (สวาสดิ์ ณ นคร) ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา คนที่ ๑๐ (พ.ศ.๒๔๕๖ – ๒๔๕๘) ได้วางผังเมืองด้วยการหาจุดศูนย์กลางใจเมือง โดยการปักหลักไว้และเอาก้อนหินวางไว้เป็นเครื่องหมาย เรียกว่า “กิโลศูนย์”

และลากเส้นวงกลมเป็นชั้น ๆ มีถนนรองรับเป็นตาข่ายลักษณะใยแมงมุมที่สวยงามที่สุดของประเทศไทยและได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดความสะอาด ๓ ปีซ้อน (พ.ศ.๒๕๒๘-๒๕๓๐) และในปี ๒๕๔๐ ได้รับการคัดเลือกจากองค์การอนามัยโลกยกให้เป็น ๑ ใน ๕ เมืองของประเทศไทยในโครงการเมืองน่าอยู่ทั่วโลก คำขวัญประจำจังหวัดยะลา “ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน” ตราประจำจังหวัดยะลา รูปเหมืองแร่ดีบุก หมายถึง พื้นที่ของจังหวัดยะลาอุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ดีบุก

และอาชีพหลักของ ประชาชนในอดีต คือ การทำเหมืองแร่ดีบุก ธงประจำจังหวัดยะลา แถบบนสีเขียว แถบล่างสีขาว สัตว์ประจำจังหวัดยะลา ช้างเผือก ต้นไม้ประจำจังหวัดยะลา ต้นศรียะลา ดอกไม้ประจำจังหวัดยะลา ดอกพิกุล วิสัยทัศน์จังหวัดยะลา ยะลาเมืองน่าอยู่ คู่สันติสุข ขนาด ที่ตั้ง อาณาเขตติดต่อ จังหวัดยะลา เป็นจังหวัดที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย อยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ ๕ – ๗ องศาเหนือและ เส้นแวงที่ ๑๐๐ – ๑๐๒ องศาตะวันออก อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครตามทางรถไฟสายใต้ ๑,๐๓๙ กิโลเมตร

และตามถนนเพชรเกษมสายเก่า ๑,๓๙๕ กิโลเมตร หรือสายใหม่ ๑,๐๘๔ กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ ๔,๕๒๑ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๒.๘ ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ ๖.๔ ของพื้นที่ภาคใต้ มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง คือ ทิศเหนือ ติดต่อกับ จังหวัดสงขลา และปัตตานี ทิศใต้ ติดต่อกับ รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จังหวัดนราธิวาส และรัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย ทิศตะวันตก ติดต่อกับ จังหวัดสงขลา และรัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย ที่ตั้งและอาณาเขต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Back To Top